อ้อมไปไหม?!

posted on 29 Aug 2010 14:03 by boynipan directory Fiction

 

แม้เงินจะไม่ใช่ทุกสิ่ง แต่ทุกสิ่งต้องใช้เงิน!!

 

 

 

คนเรานั้นจะทำงานหนักไปเพื่ออะไร? 

ในวันที่ฝนตกพรำ ๆ ผมนั่งทำงานพร้อมกับถามคำถามตัวเอง..

นอกจากจะตอบสนองความต้องการที่จะได้เห็นตัวเลขในบัญชีมาก ๆ ซึ่งน่าจะเป็น

ความชอบส่วนตัวแล้ว ส่วนใหญ่คนเราก็มักจะนำเงินที่หามาได้ไปซื้อหาความสุข ให้กับ

ตัวเองด้วยกันทั้งนั้น  ขอเพียงให้สิ่งนั้นตอบสนองความต้องการของตนเองได้

 เราก็ยินดีที่จะใช้ ‘เงิน’ ก้อนนั้นเพื่อที่จะแลกกับมันมา  ยกตัวอย่างเช่น

บางคนมีความฝันไว้ว่าสักวันหนึ่งฉันอยากมีบ้านสวย ๆ สักหลัง, อยากจะมีรถงาม ๆ สักคัน

หรือโทรศัพท์มือถือแพง ๆ สักเครื่อง ฯลฯ มันคือความใฝ่ฝันที่ครั้งหนึ่งในชีวิต

เราอยากจะครอบครองมันให้ได้ เมื่อเก็บเงินได้ในจำนวนที่มากพอและไม่เดือดร้อน

เราจึงยินดีที่จะใช้เงินนั้นเพื่อที่จะแลกกับการเป็นเจ้าของกับสิ่งที่เราต้องการ

และดื่มด่ำกับมวลก้อนของความสุข  ที่เกาะติดอยู่กับสิ่งของเหล่านั้น  หรือแม้กระทั้ง

การได้ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยการบริจาคทุนทรัพย์ต่าง ๆ ตามแต่จิตศรัทธา เราก็สามารถค้นพบกับ

สัมผัสแห่งความสุขเหล่านั้นได้ไม่ยาก แต่ทั้งหมดก็ต้องใช้เงินแทบทั้งสิ้น ไม่มากก็น้อย

บางคนอาจแย้งว่า ความสุขหลายอย่างอาจหามาได้โดยไม่ต้องใช้เงินก็มี  เช่น การ ‘ออกแรง’

 ที่ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ไปถึงก็ช่วยเขายกของใส่บ่าแบกหามไปตามเรื่อง

ซี่งนับเป็นการช่วยเหลือโดยไม่ต้องใช้ทุนทรัพย์ แต่สำหรับผมคำตอบนั้นก็ไม่ถูกเสียทีเดียว

 เราต้องอย่าลืมว่า ร่างกายของเราเองก็ต้องมีต้นทุนในการบำรุงรักษาอยู่เหมือนกัน

เพราะถ้าร่างกายของเราไม่แข็งแรงดีพอ เราเองก็คงไม่สามารถออกแรงเพื่อใช้ตอบสนอง

ความต้องการของตัวเราเองได้ และถ้าคิดให้ลึกลงไปกว่านั้น ผมว่าอันที่จริงการที่ร่างกาย

ของเรามีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ แข็งแรง พ้นจากโรคภัยร้าย ๆ ทั้งปวงนี้แหละ ที่เป็น

ความใฝ่ของเราทั้งปวงในช่วงเวลาที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์

และการรักษาร่างกายตนเองให้แข็งแรงและปลอดโรคภัยนี่แหละ ที่เป็นค่าใช้จ่ายที่แพงที่สุด!!

ตัวอย่างเช่น กรณีไตวาย เราจะต้องเสียค่าฟอกไตครั้งละ 1,500 – 3,000 บาท อาทิตย์ละ 2 ครั้ง

 เดือนละประมาณ16,000 บาท ไปตลอดชีพนับจากวันที่ป่วย

กรณีตับแข็ง เราจะไม่สามารถรักษาให้เป็นปกติได้ การผ่าตัดเปลี่ยนตับจึงเป็นการรักษา

ที่ดีที่สุด ค่าใช้จ่ายประมาณ 300,000 -500,000 บาท และผู้ป่วยจะต้องกินยากดภูมิคุ้มกัน

ไปตลอดชีวิต ในปีแรกอาจใช้เงินเดือนละ 20,000 – 30,000 บาทถ้าไม่มีผลแทรกซ้อนเกิดขึ้น

หรือในกรณีมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เราอาจต้องฉีดคีโมถึง 8 เข็ม เข็มละ 100,000 บาท

เพื่อเป็นการรักษาและไม่รู้ว่าจะหายขาดหรือไม่!! ฯลฯ

หลายครั้งที่ผมพบว่าคนหลายคนหาเงินมาด้วยความเหน็ดเหนื่อยมากมาย ต้องตากแดด

ตากลมกว่าที่จะได้เงินมาในแต่ละบาท เก็บหอมรอมริบหยดเงินใส่กระปุกทุกวัน

หวังถึงอนาคตที่สดใสในวันข้างหน้า ฝันถึงสิ่งที่อยากได้อยากเป็นในบั้นปลายของชีวิต

แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องนำเงินจำนวนนั้นมารักษาตัวเองที่เจ็บป่วย ใช้เงินไปกับค่าจ่ายยา

ที่แพงมหาศาล เพื่อรักษาตัวเองให้หลุดพ้นจากโรคร้ายที่รุมเข้ามาในยามที่อายุเริ่มสูงขึ้น

ซึ่งยังไม่นับรวมถึงอาการ  ที่เลวร้ายอันเป็นผลที่จะเกิดตามมา รวมถึงความลำบาก

ของครอบครัวหรือคนที่เรารักที่จะต้องมาคอยดูแลรักษาเรา

และที่น่าช้ำใจไปกว่านั้น ก็คือ  โรคร้ายหลายโรคเป็นผลมาจากการกระทำของตัวเราเอง!!

เพียงเพราะหลายครั้งที่เราเป็นคนชอบกินของเค็มหรือหวานจัดจนเกินไป..

เพียงเพราะหลายครั้งที่เราดื่มของมึนเมาหรือสูบบุหรี่มวนต่อมวนเป็นอาจิณ..

เพียงเพราะหลายครั้งที่เราชอบรสชาติของอาหารปิ้ง ๆ ย่าง ๆ ที่ไหม้หอมจนเกรียม..

เพียงเพราะหลายครั้งที่เราทำงานหนัก พักผ่อนน้อย และเคร่งเครียดไปกับสิ่งที่ทำ..  ฯลฯ

เราจะสามารถหยุดสิ่งเหล่านี้ได้ด้วยตัวเองไหม? เป็นคำถามที่น่าค้นหาคำตอบ

เพราะเรายังมีอีกหลายเรื่องที่เป็นต้นเหตุของโรคร้ายที่เราไม่สามารถจะควบคุมมันได้

กรรมพันธุ์เอย, สิ่งแวดล้อมเอย, อุบัติเหตุเอย ฯลฯ

เงินที่เราอุตสาห์หามาได้จะต้องหมดไปกับความเผลอเลอที่เราเป็นผู้กระทำ

มันจะคุ้มค่ากันแล้วหรือ  ผมก้มดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือในขณะที่กำลังเคร่งเครียด

ไปกับงานที่ยังทำคั่งค้างอยู่เบื้องหน้า ตอนนี้เป็นเวลาตี 1 กว่า ๆ แล้ว

ขณะนั้นเอง ผมก็ได้ยินอีกคำถามหนึ่งที่ดังขึ้นในใจ..

ผมจะทำงานหนักไปเพื่ออะไร?  ไม่มีคำตอบจากสายฝนที่เริ่มตกหนักแล้วในตอนนี้ 

จะมองเห็นก็แต่ตัวเองที่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำงานหนักในค่ำคืนที่แสนยาวนานนี้ต่อไป

ค่ำคืนที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีที่สิ้นสุดและแสนจะมืดมิด

 ...

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ...
...ทำงานหนักแทบตายแต่สุดท้ายก็ต้องสูญเสียไปกับการรักษาโรค...อันนี้มันก็ไม่คุ้มเนาะ ...sad smile

#15 By Deecaa on 2011-07-09 09:34


Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
ขอบคุณคะมาอ่านอีก
แต่ละเรื่องมันสะท้อนชีวิตจริงคนเราตรงๆ ดีอะ

ทำไมคนเราไม่เดินตรงๆ แหะ big smile big smile
ไม่รู้ว่าคนอื่นจะคิดไงเรื่องทำงาน
แต่คนเราบางครั้ง ร่างกายและจิตใจ
ก็ต้องการ การพักผ่อนเช่นกัน...
big smile big smile

ก็เป็นอีกคนกิจกรรม ต๊องๆ บ้าๆ บอๆ เยอะเช่นกันคะ
แต่ไม่ได้ทำงานมากเช่นคนอื่นๆ ส่วนมากจะหัดวาดรูป
อ่านนิยายหวานๆ แนวเพ้อเจ้อ
แล้วก็อิน นั่งเขิลตามนิยาย (เข้าขั้นละ)
เซฟการ์ตูน ดูโดเรม่อน
บางวันก็หนักหน่อยหัดทำกับข้าวกับขนมsad smile
แต่ไม่เคยกินได้เลยซักที
โชคดีที่น้องหมาที่บ้านยังกินได้ 555+

----ไปนอนอ่านนิยายต่อดีกว่า----

big smile big smile

#14 By YiM-YiiM on 2011-04-06 00:27

ขอบคุณที่มาเยี่ยมบล็อคอันไร้สาระบ้าบอหาแก่นสารมิได้ของออมค่ะ
ออมก็เคยเขียนเรื่องสาเหตุที่เราไปทำงานเหมือนกัน แต่ไม่ได้สาระเท่าที่คุณนิพันธ์เขียนหรอกsad smile

#13 By lunatic_girl on 2011-01-23 00:46

อ่านแล้วโดน วันจันทร์เพิ่งเลิกงานตี 4 ไปเอง
วันนี้ยังง่วงนอนอยู่เลย
นั่นสินะ เราจะทำงานหนักเกินไปเพื่ออะไร
Hot! Hot! Hot!

#12 By Nicky on 2010-12-15 09:53

ขอบคุณนะครับที่ชอบงานของผม..

ผมก็ add คุณไว้แล้วล่ะครับ..

แต่มันไม่ขึ้นโชว์ง่ะ..T T

ขอบคุณมากมายครับ^ ^big smile big smile big smile
เหมือนมดงาน ไงงั้นเลยนิ

ท่านติชนัทฮันห์ บอกว่า

ทำงาน ก็เพื่อทำงาน นั่นแล

จะไปเพื่อไรอีก

เพียงแค่หันกลับมาดูแลสุขภาพเท่าที่ทำได้

เมื่อไรที่พอ มันก็พอของมันเอง นิ

ขอเพียงสนุกกับการทำงาน ก็จบ เอวังฯ

open-mounthed smile ชอบแนวการเขียนนะ ขอadd ละกันนะจ๊ะ

open-mounthed smile

#10 By ตีรณา on 2010-10-31 20:11

1vUakS <a href="http://afskwogxowpr.com/">afskwogxowpr</a>, [url=http://ncchbxlbcxzp.com/]ncchbxlbcxzp[/url], [link=http://lbtnsoetegde.com/]lbtnsoetegde[/link], http://xpqgvkvrfxcf.com/

#9 By jeuuvex (217.9.0.179) on 2010-10-19 13:21

โอ้ว!! พี่นี่จริงจังกับชีวิตมากเลยนะครับเนี่ยembarrassed

#8 By Human on 2010-10-02 12:03

ขอบคุณสำหรับกำลังใจและคอมเมนต์ที่บล็อกนะคะ

อ่านแล้วรู้สึกโดนเข้ากลางใจค่ะ เป็นอะไรที่กำลังคิดๆ อยู่เหมือนกัน

จริงๆ ช่วงนี้รู้สึกคนรอบข้างหรือแม้แต่ตัวเอง(ที่ใช้เวลาไปกับเรื่องไร้สาระมากกว่าทำงาน)จะสุขภาพไม่ค่อยดีเข้าขั้นล้มป่วยจนต้องไปโรงพยาบาล ต้องหยุดทำงานเพื่อพักรักษาตัวอะไรประมาณนั้น

เพื่อนสนิทคนหนึ่งจากที่เคยแข็งแรงแทบไม่ป่วย ทำงานไปไม่ถึงสองปีก็เป็นโรคภูมิแพ้ แถมยังเริ่มมีอาการของโรคซีวีเอส คนหนึ่งก็โหมงานอดนอนจนไข้ขึ้น ล่าสุดเห็นว่าแขนอ่อนแรงมือสั่นและเบลอไปหมด ญาติคนหนึ่งก็เรียนหนังสือจนเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ตัวเองตอนนี้ก็อาการโรคภูมิแพ้กำเริบ...

ไหนจะทำงานที่เห็นคนป่วยไม่ถึงยี่สิบหรือยี่สิบต้นๆ เป็นไมเกรน ปวดหลังปวดคอ ภูมิแพ้ตัวเอง ฯลฯ

เห็นแบบนี้แล้วเริ่มรู้สึกว่า ทำงานอย่างเดียวคงไม่ได้ หรือถึงไม่ทำงานก็จะทำกิจกรรมนั้นๆ จนเพลินไม่ได้ ต้องพยายามกลับมารู้ตัวแล้วพักเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเป็นการดูแลรักษาสุขภาพตัวเองไปเรื่อยๆ

ไม่อย่างนั้น ถึงทำงานหนักแค่ไหนก็เหมือนกับทำไปเพื่อหาเงินมารักษาสุขภาพที่เสียไปจริงๆ...



ยังไงก็ตามขอให้จขบ.สุขภาพแข็งแรงนะคะ

อ้อใช่ สุดท้าย จขบ.เขียนบทความได้ดีและน่าอ่านมากเลยค่ะ big smile Hot!

#7 By alpha on 2010-09-13 19:42

เป็นกูรูด้านการแพทย์แน่ว่ะ แม่งรู้ไปหมดopen-mounthed smile

#6 By กิต (118.173.220.30) on 2010-09-06 02:00

มีเงินก็ต้องรู้จักใช้เนอะ เรื่องสุขภาพก็ต้องดูแล
แล้วเราจะทำยังไงให้่มันพอดี ดีละ

ปัจจุบัน ทำงานหาเงิน ส่งพ่อแม่ เลี้ยงตัวเอง ซื้อบ้านให้พ่อแม่อยู่ ก็แทบจะไม่มีเงินเก็บ เรื่องสุขภาพก็คงต้องดูแลตัวเองให้ดี big smile

#5 By Krai W. on 2010-08-30 18:34

ฉะนั้น..ก็รักษาสุภาพด้วยนะคะ..คุณปิยะ99 และเจ้าของบล็อกด้วยค่ะ surprised smile surprised smile

#4 By choccopharm on 2010-08-30 01:12

ขอบคุณสำหรับแง่คิดที่ดี ๆ ทั้งสองท่านครับ..
เรื่องของสุขภาพนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับคนเรามากที่สุด..
แต่ที่หน้ากลัวที่สุดคือหลายสิ่งหลายอย่างมันกำลังบั่นทอนตัวเราโดยที่เราไม่รู้ตัว หรือไม่ทันรู้สึกตัว..
เป็นภัยเงียบที่มาอย่างเงียบ ๆ (อืม..ถูกแล้วเนอะ)^^
ครับ สุขภาพต้องรักษาไว้ด้วยตัวเอง..
และตัวเราเองนั่นแหละที่จะต้องเป็นคนรักษามัน^^
ทุกอย่างเริ่มต้นที่ตัวของเราครับbig smile big smile big smile
การรักษาสุขภาพคือต้องกินอาหารเช้า คนส่วนมากตื่นมาไปทำงานกาแฟแก้วเดียวข้าวเที่ยงคือมื้อแรก คนทำร้ายตัวเองด้วยการกินไม่ดี นอนดึก ไม่ออกกำลังกาย ไม่ถูกแสงแดด
การทำงานหนักเป็นเรื่องดี แต่เมื่อได้เงินมาแล้วนำไปใช้ในสิ่งทำลายตัวเองนี้แหละไม่ดี
เจ๊เองตั้งแต่เด็กทำงานหนักเพื่อได้เงิน และดูแลสุขภาพด้วย
เลี้ยงลูก 3 คนเป็นแม่ค้าที่ขายคนเดียวไม่มีลูกน้อง ขายของเบ็ดเตล็ด อยากบอกว่าให้ดูแลสุขภาพดีที่สุด

เพื่อนและญาติเจ๊ผู้ชาย ไปทำงานนอกบ้านไม่เคยกินข้าวเช้าบางคนดื่มเหล้าสูบบุหรี่ ทำงานหนักกลับบ้านดึก ไม่เคยออกกำลังกายขับรถไปทำงาน พออายุ 55 เออรี่มายังไม่ได้ใช้เงินล้านก็ป่วยเป็นโรคหัวใจ บางคนเป็นมะเร็ง
สุขภาพต้องรักษาไว้ด้วยตัวเองน่ะconfused smile

#2 By ปิยะ99 on 2010-08-29 16:14

ที่เรียนอยู่ทุกวันนี้..ก็เพื่อทำงาน..ทำ"เงิน" open-mounthed smile
เพราะเราคงจะดูแลใครไม่ได้ถ้าไม่มี "เงิน"
พ่อแม่จะอยู่ยังไง..จะสุขสบายจริงหรอถ้าเราไม่มี"เงิน"
..สู้ต่อไปนะคะ..big smile

#1 By choccopharm on 2010-08-29 15:23